พิษฝุ่น PM2.5 กระทบสุขภาพสัตว์และพืชพันธุ์รอบตัวเราอย่างไร
CiCalendar
10 Jun 2024
viewer
10394


พิษฝุ่น PM2.5 กระทบสุขภาพสัตว์และพืชพันธุ์รอบตัวเราอย่างไร

ปัญหาฝุ่น PM 2.5ไม่ได้มีผลกระทบแค่กับมนุษย์ แต่กับสิ่งมีชีวิตอื่น ๆเช่นสัตว์และพืชก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน




ภัยฝุ่นกับสัตว์เลี้ยง

ในปัจจุบันการศึกษาวิจัยผลกระทบของ PM2.5ต่อสุขภาพของมนุษย์มีอยู่มากมายหลายแง่มุมแต่การศึกษาผลกระทบในสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะกับสุนัขและแมวโดยตรงนั้นยังมีไม่มากนักอย่างไรก็ดีมีข้อมูลที่น่าสนใจจากหลายมุมโลกที่เราขอนำมาสรุปให้อ่านกันโดยย่อดังนี้


เมื่อปี ค.ศ. 2001ในประเทศเม็กซิโก ทีมวิจัย Calderon-Garciduenasได้เสนอผลการศึกษาผลกระทบของมลพิษในอากาศต่อระบบการเกิดรอยโรคในทางเดินหายใจและหัวใจของสุนัขในท้องถิ่นที่มีระดับมลพิษในอากาศน่าเป็นห่วง(อ้างอิงถึงมลพิษหลัก ๆ คือ PM2.5และโอโซน)โดยผลการศึกษาสรุปว่ามลพิษในอากาศเหล่านี้มีผลทำให้เกิดรอยโรคในเนื้อเยื่อของปอดและกล้ามเนื้อหัวใจของสุนัขโดยรอยโรคที่สำคัญคือรอยโรคภายในเส้นเลือดฝอยเล็ก ๆในเนื้อเยื่อปอดและในกล้ามเนื้อหัวใจต่อมาในปี ค.ศ. 2017ทีมวิจัยชุดเดิมนี้ได้ตีพิมพ์ผลการศึกษาในวารสาร Environmental Researchเกี่ยวกับผลกระทบของ PM2.5 และโอโซนต่อการทำงานของก้านสมองในสุนัข โดยระบุว่าระดับของ PM2.5และโอโซนในอากาศที่สูงกว่าระดับมาตรฐานของ U.S. EPAส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่แย่ลงต่อการเกิดคลื่นไฟฟ้าในระบบประสาทการได้ยินร่วมกับมีการฝ่อหรือผิดรูปไปของเนื้อเยื่อก้านสมองในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการฟังของสุนัข




ลัดฟ้าข้ามจากเม็กซิโกมายังไต้หวันบ้าง เมื่อปีค.ศ.2018ทีมวิจัยของมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวันได้ตีพิมพ์ผลการศึกษาเรื่องความสัมพันธ์ของมลพิษทางอากาศภายในอาคารกับการเกิดโรคในระบบทางเดินหายใจของสุนัขและแมวที่เป็นสัตว์เลี้ยง(ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Veterinary Internal Medicine)โดยงานวิจัยนี้ได้เก็บข้อมูลจากสุนัขและแมวที่เลี้ยงในบ้านที่มีระดับฝุ่น PM2.5แตกต่างกันไป พบว่า แมวที่อยู่ในบ้านที่มี PM2.5 สูงกว่า 35 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (mg/m3) มีปัญหาโรคทางเดินหายใจมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญโดยอาการผิดปกติมีตั้งแต่การอักเสบของท่อทางเดินหายใจส่วนล่างเช่น ภาวะหอบหืดในแมวภาวะหลอดลมอักเสบเรื้อรังรวมถึงการอักเสบของหลอดลมชนิด mixed-type inflammatory airway disease




ต่อมาในปี ค.ศ.2020 ทีมวิจัยชุดเดียวกันนี้ได้ตีพิมพ์งานวิจัยเรื่องมลพิษทางอากาศในอาคาร (IAP)กับการเกิดปัญหาสุขภาพในสัตว์เลี้ยงอีกเรื่องหนึ่ง โดยระบุว่าจากการเก็บตัวอย่างเซลล์ในระบบทางเดินหายใจส่วนล่างของสุนัขและแมวที่ป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจ (ที่มีประวัติการอาศัยในบ้านที่มี PM2.5ในระดับต่าง ๆ กัน)พบว่า สุนัขที่อาศัยในบ้านที่มี PM2.5สูงกว่า 35ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรมีจำนวนเซลล์อักเสบมากกว่าอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับกลุ่มที่อยู่ในบ้านที่มีPM2.5น้อยกว่า ผลการศึกษานี้พอจะช่วยให้เราเข้าใจผลกระทบของ PM2.5ต่อปัญหาในระบบทางเดินหายใจของสุนัขได้ดีขึ้นแต่ก็ยังไม่สามารถตอบได้ชัดเจนว่าในระยะยาว PM2.5จะส่งผลกระทบอะไรต่อไปอีกบ้าง


นอกจากสุนัขและแมว นกก็เป็นสัตว์เลี้ยงอีกชนิดที่ได้รับผลกระทบจากฝุ่นด้วยเช่นกันโดยเฉพาะนกที่เจ้าของเลี้ยงในกรงนอกตัวบ้านเนื่องจากกระบวนการหายใจของนกจะต้องสูดเอาอากาศเข้าไปเก็บในถุงลมก่อนที่จะส่งเข้าไปยังปอด ซึ่งกว่าเจ้าของจะรู้ว่านกป่วยก็มักมีอาการหนักแล้ว



ป้องกันสัตว์เลี้ยงจาก PM2.5 ได้ด้วยวิธีใดบ้าง

ถ้ามองในระยะยาว วิธีที่ดีที่สุดก็คือทุกภาคส่วนในสังคมต้องช่วยกันลดกิจกรรมที่เป็นต้นทางของ PM2.5 ให้เหลือน้อยที่สุด แต่ในระยะสั้นการป้องกันที่พอทำได้ก็มีเช่น

1) พยายามให้สัตว์เลี้ยงของเราอยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อ PM2.5 น้อยที่สุด ในวันที่ค่าฝุ่นมากก็ควรลดกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น งดการปล่อยเล่นกลางแจ้งเป็นเวลานาน ลดระยะเวลาพาเดินออกไปขับถ่ายนอกบ้าน หรือถ้าเป็นนกเลี้ยงในกรง ให้ย้ายกรงเข้าในบ้านชั่วคราว

2) สำหรับสุนัขหรือแมวที่เลี้ยงในบ้านตลอดเวลา การมีเครื่องฟอกอากาศภายในบ้านก็เป็นอีกตัวช่วยหนึ่ง

3) สังเกตอาการ – อย่ามองข้ามพฤติกรรมที่สัตว์เลี้ยงกำลังบอกเราเป็นนัยว่าเขาไม่สบาย เช่นการเบื่ออาหาร ซึม ไอ หายใจหอบเหนื่อย หากพบอาการเหล่านี้ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์ใกล้บ้านก่อนที่จะสายเกินไป


พืชพันธุ์ในม่านฝุ่น

ข้อมูลจากภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยศิลปากรระบุว่าทุกวันนี้เมื่อค่าความเข้มของแสงอาทิตย์ลดน้อยลง (จากฝุ่นในบรรยากาศ)พืชต่าง ๆ ก็จะได้รับผลกระทบในการเติบโตด้วย “แน่นอนว่าความเข้มของแสงอาทิตย์ที่ลดลงมีผลต่อพืช เพราะพืชผลต่าง ๆ จะสังเคราะห์แสงได้น้อยลง ซึ่งหมายความว่าพืชจะกินอาหารได้น้อยลงนั่นเอง”


เรื่องที่คนทั่วไปอาจไม่รู้ แต่นักวิชาการรู้ ก็คือพืชผลการเกษตรบางชนิดมีความไวต่อแสงมาก ยกตัวอย่างในไทยก็เช่น ข้าวหอมมะลิ ที่ปลูกในทุ่งกุลาร้องไห้เมื่อเผชิญกับฝุ่นที่ทำให้ความเข้มของแสงอาทิตย์ลดลง ต่อไปภายหน้าทุ่งกุลาร้องไห้ก็อาจไม่มีผลผลิตข้าวหอมมะลิที่คุณภาพดีแบบวันนี้



เรื่องผลกระทบของฝุ่น PM2.5 ต่อพืชพันธุ์นี้ ศ.ดร.เสริม จันทร์ฉาย จากภาควิชาฟิสิกส์มหาวิทยาลัยศิลปากร เคยแสดงความกังวลไว้เมื่อหลายปีก่อนว่า จากการที่ท่านติดตามวัดระดับแสงมายี่สิบกว่าปี พบแนวโน้มว่าความเข้มแสงอาทิตย์ลดลงไปแล้ว 1-2เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเมื่อคำนวณย้อนกลับแล้วเป็นผลจากฝุ่นละออง ค่าฝุ่นที่มากขึ้นจะบดบังแสงแดดให้ส่องลงมาได้น้อย ในอนาคตหากความเข้มของแสงลดลง 5-6 เปอร์เซ็นต์อาจส่งผลให้ข้าวไม่ออกรวงได้


“โดยทั่วไปเรารู้กันว่าพืชต้องสังเคราะห์แสงใช่ไหม ถ้าแสงเปลี่ยนไปมันกระทบกระเทือนต่อพืชแน่นอน แต่จะกระทบแค่ไหนก็ต้องทำวิจัยกันต่อผมในฐานะคนทำงานด้านฟิสิกส์ที่ติดตามดูระดับแสง พอเห็นระดับแสงลดลงก็รู้สึกกังวลใจ แม้จะยังไม่ถึงขั้นทำให้พืชกลายพันธุ์หรือสูญพันธุ์แต่การเติบโตเบ่งบานและปริมาณผลผลิตจะลดลงแน่นอน


อ้างอิง

baanlaesuan.com

The Sustain

Share
sharefbxx